รายละเอียดกิจกรรม
เมื่อวันที่ที่ 9 กรกฎาคม 2569 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนงานบริการวิชาการสู่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมเป็นวิทยากรประจำฐานใน “โครงการพัฒนาศักยภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์)” ให้แก่แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดแก่นเหล็ก (รัตนกอปรอนุสรณ์) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 200 คน
กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดแก่นเหล็กฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากประสบการณ์ตรง ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ การระดมความคิด และการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมที่เน้นการทดลอง การประดิษฐ์ และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม
สำหรับทีมวิทยากรและผู้จัดกิจกรรมจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธิดา กรรณสูตร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัยนวัตกรรม อาจารย์วริษา ปานเจริญ ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ ดร.นิรุธ ล้ำเลิศ พร้อมด้วยคณาจารย์และบุคลากร ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สรวิศิษฏ์ รักพาณิชย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาพร ยอดสันติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนันทศักดิ์ ระวังวงศ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพรรณ ศรัทธาผล ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาดา ขุนณรงค์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ เทมวรรธน์ อาจารย์วราภรณ์ นิสสภา และนายสืบศักดิ์ ลีลาอัมพรสิน นักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ และชั้นปีที่ ๓ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากรประจำฐาน เพื่อฝึกทักษะการถ่ายทอดความรู้และการทำงานจริงในพื้นที่อีกด้วย
การร่วมมือจัดค่ายวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในด้านการบริการวิชาการแก่สังคม โดยนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเยาวชนในท้องถิ่น ช่วยจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป